‘Lareau Offices’ อาคารสำนักงานที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทุ่งหญ้าในแถบชนบท

Maurice Martel สถาปนิกชาวแคนาดา ได้ทำการออกแบบอาคารสำนักงานของบริษัทประกันภัย Lareau ในเมือง Napierville เมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้ ของมอนทรีออล ที่อยู่ระหว่างมอนทรีออลกับพรมเเดนรัฐเวอร์มอนต์ของสหรัฐอเมริกาซึ่งดัดแปลงมาจากโครงสร้างของโรงนา  แบ่งอาคารออกเป็น 2 หลัง  ซึ่งมีพื้นที่รวมกัน 13,460 ตารางฟุตสามารถรองรับสำนักงานได้ถึง 50 สำนักงาน โดยในส่วนของอาคารหลัก 2 ชั้น มีหลังคาทรงแหลมคล้ายกับโรงนาดั้งเดิมภายนอกหุ้มด้วยไม้สนที่ย้อมสีเทาวางตามแนวตั้ง พร้อมติดตั้งกระจกบานใหญ่ เพิ่มความรู้สึกร่วมสมัย และเรียบง่ายผนังกระจกทางทิศใต้มีทางเชื่อมขนาดเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างเหล่าสำนักงานกับโซน common spaces ที่อยู่ในอาคารหลังเล็กที่มีลักษณะเป็นอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีหลังคาแบบราบ และยังได้รับการออกแบบภายในที่ให้ความรู้สึกแบบอินดัสเทรียลซึ่งตัดกับภายนอกที่เป็นสไตล์ Rustic โดย Linda Fillion นักออกแบบชาวแคนาดาซึ่งอาคารทั้ง 2 นั้นมีความกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมในชนบทและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นได้เป็นอย่างดี  Project credits: Architect: Maurice Martel Architect Interior designer: Linda Fillion Contractor: Dorais Structural engineer: L2C Experts Conseils […]

Maurice Martel สถาปนิกชาวแคนาดา ได้ทำการออกแบบอาคารสำนักงานของบริษัทประกันภัย Lareau ในเมือง Napierville เมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้ ของมอนทรีออล ที่อยู่ระหว่างมอนทรีออลกับพรมเเดนรัฐเวอร์มอนต์ของสหรัฐอเมริกาซึ่งดัดแปลงมาจากโครงสร้างของโรงนา  แบ่งอาคารออกเป็น 2 หลัง  ซึ่งมีพื้นที่รวมกัน 13,460 ตารางฟุตสามารถรองรับสำนักงานได้ถึง 50 สำนักงาน โดยในส่วนของอาคารหลัก 2 ชั้น มีหลังคาทรงแหลมคล้ายกับโรงนาดั้งเดิมภายนอกหุ้มด้วยไม้สนที่ย้อมสีเทาวางตามแนวตั้ง พร้อมติดตั้งกระจกบานใหญ่ เพิ่มความรู้สึกร่วมสมัย และเรียบง่ายผนังกระจกทางทิศใต้มีทางเชื่อมขนาดเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างเหล่าสำนักงานกับโซน common spaces ที่อยู่ในอาคารหลังเล็กที่มีลักษณะเป็นอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีหลังคาแบบราบ และยังได้รับการออกแบบภายในที่ให้ความรู้สึกแบบอินดัสเทรียลซึ่งตัดกับภายนอกที่เป็นสไตล์ Rustic โดย Linda Fillion นักออกแบบชาวแคนาดาซึ่งอาคารทั้ง 2 นั้นมีความกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมในชนบทและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นได้เป็นอย่างดี 


Project credits:

Architect: Maurice Martel Architect
Interior designer: Linda Fillion
Contractor: Dorais
Structural engineer: L2C Experts Conseils
Mechanical and electrical engineer: Carbonic
Landscape designer: Prune les fleurs

 
Credit: Dezeen.com

More Stories

Articles

‘Elysium Pattaya การผสมผสานที่ลงตัวของทั้งอพาร์ทเมนต์และโรงแรมระดับพรีเมี่ยม’

“Elysium Pattaya” เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์และโรงแรมระดับพรีเมี่ยม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพระตำหนัก เมืองพัทยา Elysium คือสัญญลักษณ์แห่งคุณภาพชีวิตด้านที่พักอาศัยและโอกาสของการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าสูงสุด อาคารที่พักอาศัย 18 ชั้นสุดหรู ประกอบด้วยเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ 75 ห้อง สุดหรู ที่คุณจะได้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความประณีตทางสถาปัตยกรรม การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ล้ำสมัย Credit Project name: Elysium Pattaya Owner project:Elysium Group Achitect project: A35 Architects Location: Pratumnak Hill, Pattaya, Chonburi

Read More
Articles

‘The Reserve Thonglor 2 พื้นที่ส่วนตัวบนทำเลที่แพงที่สุดในกรุงเทพ’

The Reserve Thonglor 2 ออกแบบให้การใช้ชีวิตภายในโครงการมีธรรมชาติ แทรกเข้าไปอยู่ในทุกส่วนของโครงการ รวมถึงทําให้ทุกห้องเป็นห้องมุม ออกแบบตัวอาคารใหม่ให้มีเส้นสายที่เป็น Modern ใช้สีเทาเป็นสีอาคารและใช้วัสดุโลหะ Copper เป็นเส้นตั้งอาคาร เพื่อสร้างความหรูหรา ทันสมัย และมีคาแร็กเตอร์ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ วัสดุภายในห้องระดับพรีเมี่ยมที่คัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น พื้นไม้จริง Engineering Wood หนา 12 mm., ใช้หินอ่อน Cheta Grey Stone ในการตกแต่งฝนังห้องน้ำ, ระบบเครื่องปรับอากาศแบบ VRV ซึ่งจะวาง Condensing Air อุปกรณ์ชุดครัวนำเข้า สั่งพิเศษ โดยใช้ Brand จากยุโรป Gorenje By Philippe Starck ใช้ระบบ Home Automation , Video Door Phone พร้อม Emergency Call สวิตซ์งานดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม ART DNA […]

Read More
Articles

‘BIBO Restaurant เสพย์งานศิลป์สุดแนว พร้อมดื่มด่ำไปกับอาหารชั้นเลิศ’

BIBO Restaurant ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสในฮ่องกง ที่ได้รับการตกแต่งด้วยผลงานศิลปะแนวสตรีท จากนักออกแบบที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างผู้ประสานงานโครงการ Anonymous project กับ BIBO เพื่อสื่อกลางให้กับนักออกแบบแนวสตรีทได้มาจัดแสดงผลงาน ให้บุคคลทั่วไปได้รับชม ซึ่งเป็นวิธีใหม่ในการสัมผัสกับศิลปะ และยังกลายเป็นสตูดิโอสำหรับการจัดแสดงผลงานของนักออกแบบแนวสตรีทรุ่นใหม่อีกด้วยอาคารแห่งนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมบนถนนฮอลลีวู้ด ที่นี่เป็นที่รู้จักในปี 1930 ซึ่งมีการตกแต่งด้วยพื้นหินอ่อนหรูหราและเหล่าโคมไฟที่สง่างาม เพื่อเชื่อมต่ออาหารฝรั่งเศสกับศิลปะแนวสตรีทร่วมสมัยสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการให้เหล่านักออกแบบได้มาแบ่งปันอาหารและเเลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน                       ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: Designboom.com / urdesignmag  

Read More